วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บุคลิกดีมีชัยไปกว่าครึ่ง (ตอนที่ 2)
                เรามาต่อจากตอนที่ 1 กันนะคะ หลังจากที่เราได้วิเคราะห์บุคลิกที่ดีเกิดจากอะไรบ้าง และมีอิทธิพลกับเราอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย ด้านสติปัญญา ด้านอารมณ์ และด้านอุปนิสัยแล้ว เราต้องมีท่าทางที่น่าดึงดูดใจ น่าค้นหาด้วย
                การมีท่วงท่าที่ดีนั้นจะทำให้เรามีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญมีภาษีดีกว่าคนอื่นๆด้วย ความสง่า หมายถึงการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ไม่ขัดเขิน นั่นหมายถึงเราจะต้องมีสุขภาพที่ดีด้วยเช่นกัน การนั่งในท่าที่ถูกต้อง กระดูกไม่คดงอ ไม่ว่าจะเป็นการยืนหรือเดินก็เช่นกัน เราต้องรู้จักฝึกฝนให้ถูกต้อง
                ท่วงท่าที่ดี ย่อมมาจากการฝึกฝน ที่เราต้องเรียนรู้ให้สม่ำเสมอ ปัญหาส่วนมากที่ผู้หญิงมักจะพลาดคือการเดินหลังค่อมหรือห่อไหล่ ทุกครั้งที่เรายืนหรือเดินไม่ควรห่อไหล่ ศีรษะเราจะต้องตั้งตรง รวมถึงไหล่เราด้วย
                ท่วงท่าการเดินสำคัญมาก คือมือกับเท้าต้องสัมพันธ์กันเป็นจังหวะ เวลาก้าวขาข้างซ้าย มือข้างขวาจะแกว่งไปด้านหน้าสลับกัน การเดินควรมีจังหวะ เดินตรงๆและมั่นใจในทุกก้าว การเดินแต่ละครั้งควรจะทิ้งน้ำหนักลงที่ต้นขา ทิ้งให้พอดี ก้าวเท้าขวาแกว่งแขนซ้าย ก้าวเท้าซ้ายแกว่งแขนขวา ก้าวเท้าซ้ายทิ้งน้ำหนักเท้าซ้าย ก้าวเท้าขวาก็ทิ้งขวา เสน่ห์ของท่วงท่าในการเดินอยู่ตรงนี้ ผู้หญิงเราควรเดินให้น่ามอง
                การเดินต้องระวังหน้าท้องด้วย นั่นคือส่วนเกินที่เราไม่พึงปรารถนา หากเป็นไปได้เราควรแขม่วท้องเล็กน้อย ประโยชน์คือช่วยให้รูปร่างเราดีขึ้น หน้าอกของเราก็ได้อานิสงค์ผายขึ้นไปด้วย ลองทำดูค่ะ อย่าอาย เพราะถ้าทำแล้วเราดูดี พัฒนาบุคลิกเราได้ก็ทำไปเถอะค่ะ เพราะถ้าผู้หญิงคนหนึ่งมีท่วงท่าการเคลื่อนไหวดูสง่าน่าประทับใจ ถึงหน้าตาไม่สวยเลยก็ยังดูดีกว่าคนที่หน้าตาสวยแต่เดินห่อไหล่ หลังงองุ้มอยู่ดี
                ถ้าพูดถึงการเดินอีกสิ่งหนึ่งที่มาคู่กับผู้หญิง คือ การใส่ส้นสูงค่ะ ข้อได้เปรียบประการแรกเวลาใส่ส้นสูงปุ๊ป ขาของเราจะดูยาวเรียวขึ้นทันที เพราะเราเขย่งสู้รับแรงโน้มถ่วงโลกโดยไม่รู้ตัว ผลที่ตามมาของการเขย่งเท้าคือหน้าท้องของเราจะแขม่วตามอัตโนมัติ หลังตั้งตรง ก็จะช่วยให้บุคลิกภาพของเราดีขึ้น ดังนั้นเราผู้หญิงก็อย่าได้กลัวกับการใส่ส้นสูงนะคะ จัดไปค่ะคนละคู่ สองคู่ แต่ก็อย่าใส่ส้นที่สูงมากเกินไปนะคะ เอาซักประมาณ 2-3 นิ้วพอค่ะ เพราะถ้าสูงเกินไปก็จะไม่สัมพันธ์กับรูปร่างของเรา แถมยังทำให้ปวดหลังได้ ถ้าอยากสวยก็ต้องไม่ทรมานตัวเองด้วยนะคะ

                เรามาพูดถึงการยืนบ้างนะคะ ยืนยังไงถึงจะทำให้เราดูสวย คำตอบคือควรยืนตัวตรง และมีการพักขา โดยงอเข่าข้างใดข้างหนึ่งเล็กน้อย และยื่นขาข้างใดข้างหนึ่งมาหนึ่งสเต็ป ประมาณครึ่งเท้า ย่อปลายเข่า ทิ้งน้ำหนักไปทางด้านที่ไม่ได้ย่อ การพักขาจะช่วยให้รูปร่างเราดูมีทรวดทรง เวลาจะเอี้ยวจะหันก็ดูดี มือถ้าเราไม่ได้ถืออะไรก็พักไว้ข้างลำตัว แค่นี้เองค่ะง่ายๆที่เราทุกคนก็ฝึกได้
                จากการเดิน ยืน เราไปดูการนั่งนะคะ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมาตกม้าตายตอนเดินเข้ามานั่งโดยไม่รู้ตำแหน่งของเก้าอี้ คือไม่ได้กะให้พอดี แล้วต้องเสียเวลาไปเหลียวหลังไปควานหา ทำให้เสียบุคลิก ดังนั้นเราไม่ควรเข้าไปนั่งเก้าอี้โดยไม่ได้เตรียมตัว ง่ายๆคือใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาทีในการกำหนดจุดนั่งที่ต้องการ แล้วเราจึงกะระยะก้าวที่จะไปถึงจุดที่ใกล้เพียงพอที่จะนั่งได้สะดวก หรือให้เดินไปหาเก้าอี้นั่งโดยทำมุมให้พอดี เพื่อช่วยให้ท่วงท่าในการนัของเราดูสง่าและสวยงาม คือเราเอาน่องหรือด้านหลังของขาไปสัมผัสกับขอบเก้าอี้ ไม่ควรหันหลังมอง พอรู้ว่าที่นั่งอยู่ตรงนี้แน่ จึงค่อยๆหย่อนตัวและรวบเข่าลงไปเป็นรูปตัวเอส คือเข้าสู่ที่นั่งเป็นมุมแล้วเบี่ยงตัวเล็กน้อย ไม่ควรนั่งจะเต็มสุดเก้าอี้ เพราะขาเราจะได้สัมผัสกับพื้นจะได้ไม่เสียการทรงตัว หลังต้องตั้งตรงไม่พิงพนักเก้าอี้ ถ้าจะนั่งสบายคือเราสามารถขยับเขยื้อนตัวได้เล็กน้อย
                การลุกก็เหมือนกันค่ะ กล้ามเนื้อต้นขาจะรับหน้าที่นี้ โดยใช้แรงดันจากเท้าช่วย หากเก้าอี้เป็นเบาะยุบทำให้เข่าเรายกขึ้นสูง เราต้องไม่ดันตัวขึ้นจากที่นั่งโดยใช้แขนรั้งตัวขึ้น เราจะต้องเอนไหล่ไปข้างหน้าช้าๆให้กระดูกสันหลังตั้งตรง ศรีษะตั้งตรง และก้มตัวให้กระดูกข้อต่อต้นขาเป็นมุมตามที่ต้องการ จึงค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้ แค่นี้เองค่ะ เรียบร้อยเราก็จะได้ท่วงท่าที่สวยงามทั้งการนั่งและการลุก
                เพราะการนั่งนั้นช่วยให้บุคลิกเราดูดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาเราไปสัมภาษณ์งาน การกะระยะเก้าอี้และไม่หันไปมองหรือควานหา หย่อนตัวลงนั่งอย่างมั่นใจช่วยให้เราไม่ได้ละสายตาไปจากผู้สอบสัมภาษณ์แม้สักวินาทีเดียว นี่ก็เป็นเทคนิคเล็กๆที่ทุกคนมองข้ามไป ซึ่งผู้สัมภาษณ์อาจจะมองคุณตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเดินเข้ามาให้ห้องแล้วด้วยซ้ำ เป็นไงหละคะการมีท่วงท่าที่ดี ก็ทำให้เรามีบุคลิกดี ดึงดูดสายตาคนมองได้


                ลองดูนะคะเพียงแค่เราหัดเดินท่วงท่าให้มีสง่าแค่นี้ก็เป็น เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ชวนมองแล้วค่ะ หากเราฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจนเคยชิน ไม่รู้สึกว่าฝืน แค่นี้ก็ทำให้เราดูดีชวนมองได้แล้วค่ะ